
นายฐษชัย ชนะอรรถกาล [Thasachai Chanaathakarn]
ชื่อเล่น กี๋ [Kee]
วันเกิด 30 ตุลาคม 2526
น้ำหนัก 65 ก.ก ส่วนสูง 178 ซ.ม
ภูมิลำเนา กรุงเทพฯ
สัญลักษณ์ประจำตัว Tigger
การศึกษา จบปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
เกียรตินิยมอันดับสอง
สีที่ชอบ ส้ม ดำ เหลือง
ขนมที่ชอบ Brownie, Chocolate
ผลไม้ที่ชอบ แตงโม กล้วยน้ำว้า
ลักษณะนิสัย - ง่าย ๆ อะไรก็ได้
- จริงใจ
- ขี้เล่น
จุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร - เป็นตัวของตัวเอง
- เป็นคนตรง ๆ
นิสัยเพื่อนที่จะเลือกคบ - พูดตรง/จริงใจ
ผู้หญิงในสเปค - เรียบร้อย น่ารัก จริงใจ
คติประจำใจ - Sometime bad sometime good
ความใฝ่ฝัน - เป็นนักร้องที่ดี มีคนชอบเพลงที่เราแต่ง
อาหารที่ชอบ - ก๋วยเตี๋ยวทุกอย่าง/ยำทุกอย่าง
เพลงที่ชอบ - กันและกัน/Flure
กีฬาที่ชอบ - ว่ายน้ำ/ปิงปอง
เครื่องดื่มที่ชอบ - น้ำกีวี/น้ำว่าน
ศิลปินที่ชอบ - กะลา/Moern Dog
สัตว์เลี้ยงที่ชอบ - สุนัขทุกพันธ์
ของที่ต้องพกติดตัวตลอด - โทรศัพท์มือถือ
สไตล์การแต่งตัว - กางเกงขาสั้น เสื้อยืด
Size เสื้อ M
กางเกง 31
รองเท้า 42
งานอดิเรก ออกกำลังกาย/ดูหนัง
สถานที่ท่องเที่ยวที่ชอบไป เชียงใหม่/กาญจนบุรี
แนวเพลงที่ชอบ Rock/Pop Rock
หนังสือที่ชอบ Harry Potter
เครื่องดนตรีที่ชอบเล่น กีต้าร์/กลอง
ภาพยนตร์ที่ชอบ Parsuit of happiness/I am Sam
เครื่องประดับ นาฬิกา/แหวน
มีพี่น้องรวมกัน 3 คน
มีพี่สาวคนโต
มีพี่ชายคนกลาง
กี๋เป็นน้องคนสุดท้อง
ประวัติคุณพ่อ เป็นนักดนตรี/เป็นครูสอนกีต้าร์
ประวัติคุณแม่ เป็นนักร้อง
About Kee from Academy Fantasia Season 5
ผู้ใหญ่สุดของซีซั่นนี้เพราะอายุ 24 ปี สมัยเรียนมัธยมเคยต้องปีนรั้ววัด
เพราะเข้าเรียนสาย และอาศัยคำตอบของเพื่อนมาตอบในข้อสอบตัวเอง
แต่กลับเรียนจบคณะนิเทศศาตร์ เอกโฆษณา มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 อาจเพราะเจอกับสิ่งที่เขาชอบเข้าให้แล้ว
เหมือนกับการที่เขาพบว่าตัวเองร้องเพลงได้และดีขนาดเป็นนักร้องนำ
ของวงได้ตั้งแต่ ป.5 และเป็นเรื่อยมาจนปัจจุบันก็เป็นนักร้องให้กับ
สถานบันเทิงร่วม 10 ร้าน เขาจึงต้องย้ายจากบ้านที่อยู่ในกรุงเทพฯ
มาอยู่อพาร์ตเมนท์ที่อยู่กรุงเทพฯ เหมือนกัน แต่ใกล้ที่ทำงานมากกว่า
บ้านเดิม และเขาก็เกิดห่างจากวันฮาโลวีนแค่วันเดียวนั่นคือ
วันที่ 30 ตุลาคม 2526
"ความฝันของเราคือการมีมินิมาร์ท และการมีอัมบั้มกับวงของตัวเอง
ตอนนี้เราเปิดมินิมาร์ทได้แล้ว ความสนุกของมันคือจะเอาอะไรเข้ามาขายดี
เหมือนเดาใจลูกค้าว่าเขาจะซื้อของที่เราอยากให้ซื้อหรือเปล่า ด้วยจังหวะ
ที่ย้ายไปอยู่อพาร์ตเมนท์แล้วร้านข้างล่างเค้าจะเซ้งพอดี ก็เลยเสร็จเรา
เจ้าของก่อนหน้านี้ 2 คน ทำแล้วขายไม่ดี แต่เราทำแล้วก็ขายดีนะ"
นอกจากกี๋จะเป็นเถ้าแก่หมาด ๆ แล้ว เขายังเกือบได้เป็นนักร้องนำของ
วงดนตรีหน้าใหม่ หากแต่โชคชะตาก็กำหนดให้เขากลายมาเป็นนักล่าฝัน
"เราเริ่มร้องเพลงมาตั้งแต่ ป.5 ตอนนั้นไปร้องวงดนตรีพี่ชายขำ ๆ แล้วก็ดัน
ร้องได้ พอ ม.2 เข้ามัธยม เพื่อนเขาเตะบอลกันเราก็อยากเล่นดนตรีตั้งวง
กับเพื่อน เริ่มจากเล่นไม่เป็นทั้งวง เล่นประกวดไปเรื่อย ชีวิตเราตอนนั้น
มีแต่เรียนกับซ้อมดนตรีจนเข้ามหาวิทยาลัยก็ไม่อยากไปรบกวนเงินแม่แล้ว
เพราะแม่เราทำงานคนเดียว พ่อเสียตั้งแต่เด็ก อย่างเราอยากได้อะไรเป็น
ชิ้นเป็นอันเราก็ไม่อยากรบกวนเขา ค่าเทอม ค่าขนมเราหาได้ก็หาเอง
ตั้งแต่ปี 1 ก็เริ่มร้องเพลงตอนกลางคืน ทำมาตลอดจนได้เข้าไปอยู่ใน
ค่ายเพลง อยู่มาได้ประมาณ 5 ปี เกือบได้ออกอัมบั้มแต่ก็ไม่ได้ออก
เลยทำให้เรามาสมัครนี่ไง เรารู้ว่าจะไม่ได้ออกอัลบั้มก่อนหน้ามาสมัคร
2 อาทิตย์
การพลิกวิกฤติครั้งนั้นก็กลายเป็นโอกาสขึ้นมา
"แม่เขาก็เป็นห่วงเราว่าจะร้องเพลงได้อีกกี่ปี เพราะตอนเป็นวัยรุ่นแม่เรา
ก็เป็นนักร้อง พ่อเป็นครูสอนกีต้าร์ แต่พอโตเขาก็หันมาทำธุกิจกัน แต่พอรู้
ว่าเราติดรอบ 16 คน เขาดีใจมาก ไม่ขัดนะกลับเป็นคนที่สร้างความมั่นใจ
ให้เราว่าเราก็มีอะไรกับเขาเหมือนกัน และถ้ามันไปได้ดีเราก็อยากกลับ
ไปออกอัลบั้มกับวงเราเหมือนเดิม"
นอกจากการเป็นนักร้องที่มีงานชุกตลอด 7 วัน คืนละ 2 ร้าน เป็นเจ้าของ
มินิมาร์ทแล้ว ผู้ชายคนนี้ยังทำโมเดลลิ่งด้วย
"เปิดกับเพื่อน เพื่อนเป็นคนหาเด็กแล้วเราเป็นช่างภาพ รับถ่ายงาน
รับปริญญาอะไรไปเรื่อย เริ่มจากการเป็นแบบก่อน เคยถ่ายโฆษณา
มิวสิกวิดิโอ แล้วก็มาเปิดเองเลย
เคยเป็นอดีตหนุ่มคลีโอหน้าใสขนาดนี้ เขากลับรับหน้าที่พี่ใหญ่ของ
น้อง ๆ อีก 15 ชีวิตในซีซั่นนี้
"รู้ไหมเราอายุมากที่สุดเลยนะ 24 เนี่ย ที่เหลือ 18 19 ทั้งนั้น แล้วก็มี 22
เราเป็นคนที่ถ้าไม่พูดแล้วจะเฉยไง แม่ยังกลัวว่าน้อง ๆ จะกลัวเราเลย
แต่ก็ไม่มีปัญหา สนิทกันหมดแล้วล่ะ จะมีก็แต่เราใช้ชีวิตกลางคืนมาตลอด
ไม่ค่อยถูกกับแสงแดด เราคงต้องปรับตัวอีก"
ถ้าเกิดโปรเจกต์การออกอัลบั้มในครั้งนั้นไม่เกิดปัญหาใด ๆ ก็คงจะไม่มี
กี๋ V14 มาอยู่ตรงนี้แล้ว และก็อาจจะหนีหายจากการร้องเพลงเล่นดนตรี
ไปทำบริษัทโฆษณาอย่างที่ร่ำเรียนมา
"เพื่อนที่เล่นดนตรีด้วยกันหนีไปเป็นอาจารย์สอนตีกลองแล้ว ไม่รอแล้ว
แต่เราคงไปสอนใครไม่ได้หรอก การเข้ามาตรงนี้มันเป็นจังหวะที่ชีวิต
เป็นจุดเปลี่ยนพอดี คือเราเป็นนักร้อง ถ่ายรูป มีมินิมาร์ท แต่เราคิดว่าไม่
เก่งพอสักอย่างเหมือนคนเป็นเป็ด ไม่ได้เก่งแต่ชอบถ่ายรูป ไม่ได้เสียง
ดีมากแต่ก็ชอบร้องเพลง ชอบค้าขายก็เปิดมินิมาร์ ชอบที่จะทำหลายอย่าง
ถามว่าทำได้ดีมั้ย ก็ทำได้ในระดับที่เราพอใจ คนอื่นมองยังไงเราไม่รู้นะ"
อ้าวอย่างนี้ก็อยู่ที่คุณแล้วล่ะ ว่ามองกี๋เหมือนเป็ดหรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ
หน้าตา ท่าเดิน และเสียงไม่คล้ายเลย
แต่ยังไงก็...สู้ต่อไป เจ้าเป็ดน้อย
edit @ 5 Jun 2008 14:02:46 by krazykat